ติดต่อสอบถาม

← บทความ

ขวดน้ำไร้ฉลากและฉลากดิจิทัล ประกาศ สธ. ฉบับที่ 462 กำหนดอะไรบ้าง

ตั้งแต่ 12 ธันวาคม 2568 น้ำดื่มบรรจุขวดในไทยใช้ขวดไร้ฉลากได้ หากแสดงข้อมูลหลักไว้บนขวดหรือฝาและมีฉลากดิจิทัล เช่น คิวอาร์โค้ด ที่ฝา บทความนี้สรุปข้อกำหนด บทลงโทษ และเช็กลิสต์ก่อนสั่งน้ำดื่มแบรนด์องค์กร

เผยแพร่
ปรับปรุงเมื่อ
เวลาอ่าน
23 นาที
เนื้อหา
17 หัวข้อ
เอกสารอ้างอิง
13 รายการ

ขวดน้ำไร้ฉลาก (label-less bottle) คือขวดน้ำดื่มที่ไม่มีฉลากหุ้มหรือแปะตัวขวด และไม่พิมพ์หมึกลงบนตัวขวด ข้อมูลพื้นฐานของสินค้าแสดงด้วยการขึ้นรูปบนเนื้อขวดหรือพิมพ์ไว้บนฝา ส่วนข้อมูลฉลากที่เหลือแสดงผ่านฉลากดิจิทัล เช่น คิวอาร์โค้ด (QR Code) บนฝา ในประเทศไทย ขวดลักษณะนี้มีหลักเกณฑ์รองรับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) พ.ศ. 2568 เรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท

สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับขวดไร้ฉลาก สรุปได้ห้าข้อ

  • ขวดน้ำไร้ฉลากมีหลักเกณฑ์รองรับแล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568
  • บนขวดหรือฝาต้องมีอย่างน้อยสี่รายการ ได้แก่ ชื่ออาหารหรือตรา เลขสารบบอาหาร ปริมาตรสุทธิ และวันผลิต วันควรบริโภคก่อน หรือวันหมดอายุ
  • ข้อมูลฉลากที่เหลือทั้งหมดต้องอยู่ในฉลากดิจิทัลที่ฝา และต้องเปิดดูได้ทุกเมื่อ
  • ขวดไร้ฉลากที่ไม่มีฉลากดิจิทัล เช่น คิวอาร์โค้ด ที่ฝา แสดงฉลากไม่ครบตามประกาศ ซึ่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 กำหนดโทษปรับไว้ไม่เกิน 30,000 บาท
  • การใช้ขวดไร้ฉลากเป็นทางเลือก ขวดที่ติดฉลากครบตามหลักเกณฑ์ทั่วไปยังใช้ได้เช่นเดิม
แผนภาพขวดน้ำไร้ฉลาก ชื่อหรือตราและเลขสารบบอาหารปั๊มนูนบนตัวขวด ฝาพิมพ์คิวอาร์โค้ดของฉลากดิจิทัล ปริมาตรสุทธิ และวันผลิต เมื่อสแกนคิวอาร์โค้ดจะเปิดหน้าข้อมูลฉลากฉบับเต็ม ซึ่งต้องเปิดดูได้ทุกเมื่อ
ตัวอย่างการจัดวางข้อมูลบนขวดน้ำไร้ฉลาก ชื่อหรือตราและเลขสารบบอาหารปั๊มนูนบนตัวขวด ส่วนคิวอาร์โค้ด ปริมาตรสุทธิ และวันผลิตพิมพ์บนฝา ประกาศยอมให้สี่รายการขั้นต่ำอยู่บนขวดหรือฝาก็ได้
ในบทความนี้17 หัวข้อ
  1. ขวดน้ำไร้ฉลากคืออะไร
  2. ฉลากดิจิทัลคืออะไร
  3. ขวดน้ำไร้ฉลากถูกกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่
  4. ขวดน้ำไร้ฉลากต้องแสดงข้อมูลอะไรบนขวด
  5. คิวอาร์โค้ด (QR Code) ของฉลากดิจิทัลต้องอยู่ที่ฝาหรือไม่
  6. ข้อมูลในฉลากดิจิทัลต้องมีอะไรบ้าง
  7. ฉลากดิจิทัลต้องเปิดดูได้ตลอดเวลาหรือไม่
  8. ขวดน้ำไร้ฉลากที่ไม่มีคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนฝาผิดกฎหมายหรือไม่
  9. ผู้ผลิตน้ำดื่มต้องปรับตัวตามประกาศฉบับที่ 462 ภายในเมื่อไร
  10. ขวดน้ำไร้ฉลากช่วยการรีไซเคิลอย่างไร
  11. น้ำแร่ธรรมชาติและน้ำโซดาใช้ฉลากดิจิทัลได้หรือไม่
  12. ต่างประเทศใช้ขวดน้ำไร้ฉลากหรือไม่
  13. ลำดับเหตุการณ์ของขวดน้ำไร้ฉลาก
  14. องค์กรใดในไทยเริ่มใช้ขวดน้ำไร้ฉลากพร้อมฉลากดิจิทัลแล้ว
  15. เช็กลิสต์ก่อนสั่งน้ำดื่มแบรนด์องค์กรแบบไร้ฉลาก
  16. ตัวบทข้อ 10 ของประกาศฉบับที่ 462
  17. องค์กรสั่งผลิตน้ำดื่มแบรนด์ของตนเองแบบไร้ฉลากได้อย่างไร
  18. เอกสารอ้างอิง

↑ สารบัญ

ขวดน้ำไร้ฉลากคืออะไร

ขวดน้ำไร้ฉลาก คือขวดน้ำดื่มที่ไม่ติดฉลากและไม่พิมพ์หมึกลงบนตัวขวด ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) พ.ศ. 2568 เรียกว่า การแสดงฉลากหรือสัญลักษณ์โดยไม่ใช้วัสดุฉลาก และไม่ใช้หมึกพิมพ์บนภาชนะบรรจุ ยกเว้นฝาของภาชนะบรรจุ ข้อมูลพื้นฐานจึงแสดงด้วยการขึ้นรูปบนเนื้อขวด เช่น ปั๊มนูนหรือแกะสลัก หรือพิมพ์ไว้บนฝา ส่วนข้อมูลฉลากที่เหลือแสดงผ่านฉลากดิจิทัลที่ฝา

ในภาษาอังกฤษมักเรียกว่า label-less bottle หรือ label-free bottle ส่วนในภาษาไทยอาจพบคำว่า ขวดไร้ฉลาก น้ำดื่มไร้ฉลาก หรือขวดน้ำไม่มีฉลาก ซึ่งหมายถึงสิ่งเดียวกัน คำว่าไร้ฉลากหมายถึงไม่มีวัสดุฉลาก ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องแสดงข้อมูล ข้อมูลที่กฎหมายกำหนดยังต้องแสดงครบ เพียงย้ายไปอยู่บนเนื้อขวด บนฝา และในฉลากดิจิทัล

↑ สารบัญ

ฉลากดิจิทัลคืออะไร

ฉลากดิจิทัล (digital label) คือการแสดงข้อมูลฉลากอาหารในรูปแบบดิจิทัลที่ผู้บริโภคเปิดดูได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ สำหรับน้ำดื่มบรรจุขวด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยกตัวอย่างไว้ว่าคือรหัสคิวอาร์บนฝา เมื่อสแกนแล้วจะเปิดหน้าข้อมูลฉลากฉบับเต็มของสินค้า ซึ่งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) ต้องมีข้อมูลครบตามหลักเกณฑ์การแสดงฉลากอาหาร และต้องเข้าถึงได้ทุกเมื่อ

ตัวประกาศใช้คำว่าฉลากดิจิทัล และไม่ได้เขียนว่าต้องเป็นคิวอาร์โค้ดเท่านั้น แต่ อย. ยกตัวอย่างรหัสคิวอาร์บนฝาไว้ในข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งฉบับวันที่ 9 มกราคม 2568 และวันที่ 6 กรกฎาคม 2568 บทความนี้จึงใช้คำว่าคิวอาร์โค้ดในความหมายของฉลากดิจิทัลรูปแบบที่ใช้กันทั่วไป

↑ สารบัญ

ขวดน้ำไร้ฉลากถูกกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่

ถูกกฎหมาย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) พ.ศ. 2568 เรื่อง น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ประกาศนี้อนุญาตให้น้ำดื่มบรรจุขวดแสดงฉลากโดยไม่ใช้วัสดุฉลากและไม่ใช้หมึกพิมพ์บนภาชนะบรรจุได้ ยกเว้นที่ฝา โดยต้องแสดงข้อมูลขั้นต่ำไว้บนภาชนะ และแสดงข้อมูลที่เหลือผ่านฉลากดิจิทัลที่ฝา

ประกาศฉบับนี้ลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 386 ง หน้า 15 ถึง 18 ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และยกเลิกประกาศเรื่องเดียวกันฉบับเดิมห้าฉบับ ซึ่งฉบับแรกออกเมื่อ พ.ศ. 2524 อย. อธิบายการปรับปรุงครั้งนี้ว่าเป็นการเพิ่มหลักเกณฑ์ให้น้ำดื่มในขวดใสไร้ฉลากพลาสติกแสดงข้อมูลผ่านฉลากดิจิทัลได้

↑ สารบัญ

ขวดน้ำไร้ฉลากต้องแสดงข้อมูลอะไรบนขวด

ต้องแสดงอย่างน้อยสี่รายการไว้บนภาชนะบรรจุ ได้แก่ ชื่ออาหาร หรือตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน เลขสารบบอาหาร (ที่มักเรียกกันว่าเลข อย.) ปริมาตรสุทธิ และวันเดือนปีหรือเดือนปีที่ผลิต ที่ควรบริโภคก่อน หรือที่หมดอายุ โดยมีข้อความ MFD หรือ MFG, BB หรือ BF หรือ BBE, หรือ EXP หรือ EXD กำกับตามลำดับ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) ข้อ 10 (1) ทั้งนี้ ข้อความที่แสดงด้วยวิธีนี้ไม่ต้องใช้สีตัดกัน

สี่รายการนี้จะอยู่บนเนื้อขวด บนฝา หรือแบ่งกันอยู่ทั้งสองส่วนก็ได้ ตัวประกาศเขียนไว้ว่าบนภาชนะบรรจุ และเอกสารสรุปสาระสำคัญของร่างประกาศโดยกองอาหาร อย. ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ระบุตำแหน่งไว้ว่าบนภาชนะบรรจุ (ขวดหรือฝา) ในงานน้ำดื่มของเอพีที่ พี. เอ. เอส. อินเตอร์กรุ๊ป ผลิต โลโก้ปั๊มนูนไว้บนตัวขวด ส่วนคิวอาร์โค้ดพิมพ์ไว้กึ่งกลางฝา โดยมีปริมาตรสุทธิอยู่เหนือคิวอาร์โค้ด

ข้อมูลที่เปลี่ยนทุกรอบการผลิต เช่น วันผลิต วันควรบริโภคก่อน หรือวันหมดอายุ ประกาศยกเว้นไว้จากฉลากดิจิทัล และกำหนดให้แสดงบนภาชนะบรรจุ ผู้บริโภคจึงอ่านวันที่ได้จากขวดโดยตรงโดยไม่ต้องสแกน

↑ สารบัญ

คิวอาร์โค้ด (QR Code) ของฉลากดิจิทัลต้องอยู่ที่ฝาหรือไม่

ต้องอยู่ที่ฝา สำหรับขวดน้ำไร้ฉลาก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) ข้อ 10 (2) กำหนดให้ขวดที่ไม่ใช้วัสดุฉลากและไม่ใช้หมึกพิมพ์บนภาชนะ แสดงข้อมูลฉลากที่เหลือด้วยฉลากดิจิทัลที่ฝา คิวอาร์โค้ดซึ่งเป็นฉลากดิจิทัลรูปแบบที่ อย. ยกตัวอย่างไว้ จึงต้องอยู่บนฝา ไม่ใช่บนตัวขวด และฝาเป็นส่วนที่ประกาศยกเว้นไว้ จึงพิมพ์หมึกบนฝาได้โดยยังนับเป็นการแสดงฉลากแบบไม่ใช้วัสดุฉลากและไม่ใช้หมึกพิมพ์บนภาชนะ

ข้อสรุปนี้ตรงกับแนวทางที่ อย. สื่อสารมาตั้งแต่ร่างประกาศ ข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งสองฉบับในปี 2568 ใช้ถ้อยคำเดียวกันว่าให้แสดงข้อมูลอื่นผ่านฉลากดิจิทัล เช่น รหัสคิวอาร์บนฝา

↑ สารบัญ

ข้อมูลในฉลากดิจิทัลต้องมีอะไรบ้าง

ต้องมีข้อมูลฉลากครบถ้วนตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ และข้อความเฉพาะสำหรับน้ำดื่มแต่ละประเภท เช่น ลักษณะของแหล่งน้ำสำหรับน้ำที่ระบุแหล่งกำเนิด หรือข้อความ “เติมคาร์บอเนต” สำหรับน้ำที่เติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งอื่น ยกเว้นวันผลิต วันควรบริโภคก่อน และวันหมดอายุ ซึ่งต้องแสดงบนภาชนะบรรจุแทน ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) ข้อ 10 (2)

ประกาศว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 450) พ.ศ. 2567 ตารางต่อไปนี้สรุปว่าข้อมูลแต่ละรายการต้องอยู่ที่ใด รายการในฉลากดิจิทัลยกมาจากตัวอย่างในเอกสารสรุปของกองอาหาร อย. ซึ่งไม่ได้แทนรายการครบทุกข้อตามประกาศฉบับที่ 450

ข้อมูล บนขวดหรือฝา ในฉลากดิจิทัลที่ฝา
ชื่ออาหาร หรือตรา หรือเครื่องหมายการค้า ต้องแสดง ต้องแสดง
เลขสารบบอาหาร ต้องแสดง ต้องแสดง
ปริมาตรสุทธิ ต้องแสดง ต้องแสดง
วันผลิต วันควรบริโภคก่อน หรือวันหมดอายุ ต้องแสดง พร้อมข้อความกำกับ เช่น MFD, BB หรือ EXP ไม่ต้องแสดง
ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ไม่บังคับ ต้องแสดง
ข้อมูลการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (ถ้ามี) ไม่บังคับ ต้องแสดง
ข้อความเฉพาะตามประเภทน้ำ เช่น แหล่งน้ำและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ หรือ “เติมคาร์บอเนต” ไม่บังคับ ต้องแสดง แล้วแต่กรณี
ข้อมูลอื่นตามประกาศว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ ไม่บังคับ ต้องแสดงให้ครบถ้วน

↑ สารบัญ

ฉลากดิจิทัลต้องเปิดดูได้ตลอดเวลาหรือไม่

ต้องเปิดดูได้ตลอดเวลา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) ข้อ 10 (3) กำหนดว่าการแสดงข้อมูลด้วยฉลากดิจิทัลต้องสามารถเข้าถึงได้ทุกเมื่อ และต้องมีการควบคุมระบบให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง หากคิวอาร์โค้ดสแกนไม่ติด ลิงก์เสีย หรือเว็บไซต์ที่เก็บข้อมูลหยุดให้บริการ ผู้บริโภคจะไม่เห็นข้อมูลฉลากที่ประกาศกำหนด

สำหรับองค์กรที่สั่งน้ำดื่มแบรนด์ของตนเอง ข้อนี้นำไปสู่คำถามที่ควรถามผู้ผลิตตั้งแต่ก่อนสั่งผลิต ได้แก่ ใครเป็นผู้ดูแลหน้าฉลากดิจิทัล ระบบจะเปิดให้เข้าถึงได้นานเท่าใด และเมื่อข้อมูลบนฉลากเปลี่ยน ใครเป็นผู้แก้ไข ประกาศไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดไว้ แต่ในทางปฏิบัติ หน้าฉลากควรเปิดได้อย่างน้อยตลอดช่วงที่ขวดล็อตสุดท้ายยังอยู่ในตลาดและในมือผู้บริโภค

↑ สารบัญ

ขวดน้ำไร้ฉลากที่ไม่มีคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนฝาผิดกฎหมายหรือไม่

ผิด หากขวดนั้นไม่มีทั้งวัสดุฉลากและหมึกพิมพ์บนตัวขวด และไม่มีฉลากดิจิทัล เช่น คิวอาร์โค้ด ที่ฝา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) ข้อ 10 (2) กำหนดให้ขวดลักษณะนี้แสดงข้อมูลฉลากที่เหลือด้วยฉลากดิจิทัลที่ฝา ขวดที่มีเพียงชื่อหรือโลโก้ปั๊มนูนจึงแสดงฉลากไม่ครบตามประกาศ และพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 51 กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนประกาศที่ออกตามมาตรา 6 (10) ว่าด้วยฉลากไว้เป็นโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

บทบัญญัตินี้ถูกใช้จริงกับกรณีฉลากอาหารไม่ถูกต้อง เช่น มติชนรายงานเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ว่าการจำหน่ายอาหารนำเข้าที่ไม่มีฉลากภาษาไทยเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 6 (10) และมีโทษตามมาตรา 51 คือปรับไม่เกิน 30,000 บาท

กรณีที่ต้องแยกให้ออกมีสองกรณี

  1. ขวดที่ติดฉลากหรือพิมพ์ข้อมูลฉลากบนตัวขวดครบถ้วน ขวดแบบนี้แสดงฉลากตามหลักเกณฑ์ทั่วไป ไม่ได้ใช้ช่องทางขวดไร้ฉลาก จึงไม่จำเป็นต้องมีคิวอาร์โค้ดบนฝา

  2. ขวดที่ไม่มีฉลากและไม่มีหมึกพิมพ์บนตัวขวด ขวดแบบนี้ต้องมีสี่รายการขั้นต่ำบนขวดหรือฝา และต้องมีฉลากดิจิทัลที่ฝาเสมอ หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ถือว่าแสดงฉลากไม่ครบตามประกาศ

ประเด็นที่ต้องดูจึงไม่ใช่เพียงว่าขวดมีคิวอาร์โค้ดหรือไม่ แต่ต้องดูว่าข้อมูลฉลากครบหรือไม่ และอยู่ในตำแหน่งที่ประกาศกำหนดหรือไม่

ประกาศไม่ได้ระบุผู้มีหน้าที่ไว้โดยตรง และมาตรา 51 ใช้กับผู้ใดที่ฝ่าฝืนประกาศ ในทางปฏิบัติ ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าซึ่งเป็นเจ้าของเลขสารบบอาหารรับผิดชอบฉลากโดยตรง แต่ผู้จำหน่ายก็อาจถูกดำเนินการได้ ดังกรณีที่มติชนรายงาน สำหรับน้ำดื่มแบรนด์องค์กร ขวดที่แสดงฉลากไม่ครบยังออกไปพร้อมชื่อและโลโก้ขององค์กรผู้สั่งผลิตด้วย ก่อนสั่งผลิตจึงควรขอดูขวดตัวอย่างและสแกนคิวอาร์โค้ดบนฝาด้วยตนเอง ตามเช็กลิสต์ท้ายบทความ

↑ สารบัญ

ผู้ผลิตน้ำดื่มต้องปรับตัวตามประกาศฉบับที่ 462 ภายในเมื่อไร

ภายในสองปีนับแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) ข้อ 12 ซึ่งใช้กับผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าน้ำบริโภคที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อนวันนั้นตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (พ.ศ. 2524) และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าน้ำที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือออกซิเจนผสมอยู่ซึ่งได้รับอนุญาตตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 356) พ.ศ. 2556 เรื่อง เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท และผู้ผลิตอาหารที่ใช้น้ำเป็นส่วนประกอบหรือใช้ในกระบวนการผลิต ผู้ที่ได้รับอนุญาตตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ต้องปฏิบัติตามประกาศใหม่ทันที

ระยะสองปีนี้ใช้กับข้อกำหนดทั้งฉบับ ซึ่งนอกจากเรื่องฉลากแล้ว ยังรวมถึงคุณภาพน้ำ สารปนเปื้อน และภาชนะบรรจุด้วย ผู้ได้รับอนุญาตเดิมทุกรายจึงต้องปฏิบัติตามประกาศครบทั้งฉบับภายในเดือนธันวาคม 2570 ไม่ว่าจะใช้ขวดแบบใด

ส่วนขวดไร้ฉลากเป็นทางเลือก ข่าวประชาสัมพันธ์ของ อย. วันที่ 6 กรกฎาคม 2568 ซึ่งอธิบายร่างประกาศ ใช้คำว่าการแสดงฉลากดิจิทัลโดยสมัครใจ ผู้ผลิตจึงเลือกได้ว่าจะใช้ขวดติดฉลากหรือขวดไร้ฉลาก แต่เมื่อเลือกขวดไร้ฉลากแล้ว ต้องมีฉลากดิจิทัลที่ฝา

↑ สารบัญ

ขวดน้ำไร้ฉลากช่วยการรีไซเคิลอย่างไร

ขวดน้ำไร้ฉลากตัดวัสดุฉลาก กาว และหมึกพิมพ์ออกจากตัวขวด อย. ระบุว่าการปรับข้อกำหนดนี้มีเป้าหมายเพื่อลดปัญหาขยะจากวัสดุทำฉลาก ลดความยุ่งยากของกระบวนการรีไซเคิลพลาสติก ลดต้นทุนเม็ดพลาสติกรีไซเคิลและกระบวนการรีไซเคิล และลดโอกาสการปนเปื้อนของหมึกและกาวในเม็ดพลาสติกรีไซเคิล

แนวทางการออกแบบเพื่อการรีไซเคิลของ RecyClass สำหรับขวด PET ใส ฉบับปรับปรุงเดือนมกราคม 2568 จัดการพิมพ์ลงบนตัวขวดโดยตรงไว้ในกลุ่มที่ไม่เข้ากันกับการรีไซเคิล ยกเว้นวันผลิตหรือวันหมดอายุ ซึ่งเข้ากันได้บางส่วนเมื่อพิมพ์ และเข้ากันได้เต็มที่เมื่อมาร์กด้วยเลเซอร์ แนวทางนี้ยังกำหนดเพดานพื้นที่ผิวที่ไม่ใช่ PET บนขวดไว้ ขวดที่ไม่มีฉลากเหลือเพียงเนื้อ PET กับฝา ซึ่งสอดคล้องกับเหตุผลที่ อย. ให้ไว้

ส่วนปริมาณพลาสติกที่ลดได้ ตัวอย่างจากเกาหลีใต้ซึ่งบังคับใช้ขวดน้ำดื่มไร้ฉลากตั้งแต่ปี 2569 กระทรวงที่รับผิดชอบประเมินว่าจะลดการใช้พลาสติกได้ราว 2,270 ตันต่อปี จากยอดผลิตราว 5,200 ล้านขวดในปีก่อนหน้า

ฉลากและฝาเป็นส่วนที่ต้องแยกออกก่อนนำขวดเข้ากระบวนการรีไซเคิล รายละเอียดอยู่ในบทความ ขั้นตอนการรีไซเคิลขวด PET และ คำถามที่พบบ่อยเรื่องขวด PET และการรีไซเคิล

↑ สารบัญ

น้ำแร่ธรรมชาติและน้ำโซดาใช้ฉลากดิจิทัลได้หรือไม่

ได้ น้ำที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผสมอยู่จัดเป็นน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทตามนิยามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) จึงใช้หลักเกณฑ์ฉลากดิจิทัลเดียวกัน ส่วนน้ำแร่ธรรมชาติไม่อยู่ในประกาศฉบับที่ 462 แต่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 464) พ.ศ. 2568 เรื่อง น้ำแร่ธรรมชาติ (ฉบับที่ 2) ซึ่งมีผลวันเดียวกัน เปิดให้ใช้ฉลากดิจิทัลบนฝาสำหรับภาชนะที่ไม่ใช้วัสดุฉลากและไม่ใช้หมึกพิมพ์ได้เช่นกัน ยกเว้นน้ำแร่ธรรมชาติที่ต้องแสดงคำเตือนเกี่ยวกับปริมาณฟลูออไรด์ ตามเอกสารสรุปของกองอาหาร อย.

ประกาศฉบับที่ 462 ยังครอบคลุมน้ำที่ระบุแหล่งกำเนิด ซึ่งต้องแสดงข้อความเพิ่มเติม เช่น ลักษณะของแหล่งน้ำและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ข้อความเหล่านี้อยู่ในฉลากดิจิทัลได้เช่นเดียวกับข้อมูลอื่น

↑ สารบัญ

ต่างประเทศใช้ขวดน้ำไร้ฉลากหรือไม่

ใช้ และอย่างน้อยหนึ่งประเทศบังคับแล้ว เกาหลีใต้กำหนดให้น้ำดื่มบรรจุขวดเป็นขวดไร้ฉลากตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยพิมพ์ชื่อสินค้า ตราสินค้า วันผลิตและวันหมดอายุ แหล่งน้ำ และข้อมูลติดต่อไว้บนขวดหรือฝา และมีคิวอาร์โค้ดบนฝาสำหรับข้อมูลฉบับเต็ม ส่วนในญี่ปุ่น Asahi เริ่มจำหน่ายน้ำแร่ Asahi Oishii Mizu ในขวด PET ไร้ฉลากตั้งแต่ปี 2561 โดยช่วงแรกจำหน่ายยกลังเท่านั้น

เกาหลีใต้ผ่อนผันให้ขวดที่ขายแยกขวดในร้านค้าหน้าร้านอีกหนึ่งปี เพราะมีข้อกังวลว่าร้านค้าขนาดเล็กบางแห่งอาจยังไม่มีเครื่องอ่านคิวอาร์โค้ดที่จุดชำระเงิน ส่วนการขายออนไลน์และการขายเป็นแพ็กต้องปฏิบัติตามทันที ขณะที่ Asahi ระบุว่าปริมาณการจัดจำหน่ายสินค้าไร้ฉลากของตนในปี 2566 สูงเป็นแปดเท่าของปี 2562

↑ สารบัญ

ลำดับเหตุการณ์ของขวดน้ำไร้ฉลาก

ช่วงเวลา เหตุการณ์
พ.ศ. 2561 ญี่ปุ่น: Asahi เริ่มจำหน่ายน้ำแร่ในขวด PET ไร้ฉลาก โดยจำหน่ายยกลัง
พ.ศ. 2566 ไทย: สื่อรายงานการเปิดตัวน้ำดื่มซีทรู (C2) ซึ่งสื่อเรียกว่าน้ำดื่มขวดใสไร้ฉลากรายแรกของไทย ใช้ลายนูนแทนฉลากและระบุบาร์โค้ดที่ฝา
9 มกราคม 2568 อย. เผยแพร่ข่าวการยกร่างประกาศน้ำดื่มไร้ฉลากพร้อมฉลากดิจิทัล
6 กรกฎาคม 2568 อย. เผยแพร่ข่าวการเสนอร่างประกาศต่อคณะกรรมการอาหาร เพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
28 พฤศจิกายน 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขลงนามประกาศฉบับที่ 462
11 ธันวาคม 2568 ประกาศฉบับที่ 462 ลงราชกิจจานุเบกษา
12 ธันวาคม 2568 ประกาศฉบับที่ 462 และฉบับที่ 464 มีผลใช้บังคับ
1 มกราคม 2569 เกาหลีใต้เริ่มบังคับใช้ขวดน้ำดื่มไร้ฉลาก
พ.ศ. 2569 เอพี (ไทยแลนด์) ใช้น้ำดื่มองค์กรในขวดไร้ฉลากพร้อมฉลากดิจิทัลบนฝา ผลิตโดย พี. เอ. เอส. อินเตอร์กรุ๊ป
ธันวาคม 2570 ครบกำหนดสองปีให้ผู้ได้รับอนุญาตเดิมปฏิบัติตามประกาศฉบับที่ 462

↑ สารบัญ

องค์กรใดในไทยเริ่มใช้ขวดน้ำไร้ฉลากพร้อมฉลากดิจิทัลแล้ว

เอพี (ไทยแลนด์) เป็นหนึ่งในองค์กรกลุ่มแรกในประเทศไทยที่เปลี่ยนน้ำดื่มแบรนด์ขององค์กรมาใช้ขวดไร้ฉลากพร้อมฉลากดิจิทัลบนฝา หลังประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) มีผลใช้บังคับ ขวดน้ำดื่มขนาด 250 มิลลิลิตรของเอพีปั๊มนูนโลโก้ไว้บนตัวขวด และพิมพ์คิวอาร์โค้ดของฉลากดิจิทัลไว้กึ่งกลางฝา โดยมีปริมาตรสุทธิอยู่เหนือคิวอาร์โค้ด และมี พี. เอ. เอส. อินเตอร์กรุ๊ป เป็นผู้ผลิต

↑ สารบัญ

เช็กลิสต์ก่อนสั่งน้ำดื่มแบรนด์องค์กรแบบไร้ฉลาก

ใช้รายการนี้ตรวจขวดตัวอย่างก่อนอนุมัติการผลิต ไม่ว่าจะสั่งผลิตกับผู้ผลิตรายใด

  1. บนขวดหรือฝามีครบสี่รายการ ชื่ออาหารหรือตรา เลขสารบบอาหาร ปริมาตรสุทธิ และวันผลิต วันควรบริโภคก่อน หรือวันหมดอายุ พร้อมข้อความกำกับ เช่น MFD, BB หรือ EXP

  2. คิวอาร์โค้ดอยู่ที่ฝาและสแกนติด ลองสแกนขวดตัวอย่างจริงด้วยโทรศัพท์หลายรุ่นในแสงปกติ ไม่ใช่สแกนจากไฟล์แบบบนจอคอมพิวเตอร์

  3. หน้าฉลากดิจิทัลมีข้อมูลครบ ข้อมูลต้องครบตามประกาศว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ รวมถึงชื่ออาหารหรือตรา เลขสารบบอาหาร ปริมาตรสุทธิ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ข้อมูลการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (ถ้ามี) และข้อความเฉพาะตามประเภทน้ำ เลขสารบบอาหารในหน้าฉลากต้องตรงกับบนขวด

  4. เลขสารบบอาหารตรวจสอบได้ ตรวจเลขสารบบอาหารกับระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของ อย. ว่าตรงกับผู้ผลิตและประเภทสินค้า

  5. รู้ว่าใครดูแลหน้าฉลากดิจิทัลและดูแลนานเท่าใด ประกาศข้อ 10 (3) กำหนดให้ฉลากดิจิทัลเข้าถึงได้ทุกเมื่อ โดยไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุด จึงต้องมีผู้รับผิดชอบระบบที่ชัดเจน และในทางปฏิบัติควรดูแลอย่างน้อยตลอดช่วงที่ขวดล็อตสุดท้ายยังอยู่ในตลาด

  6. ข้อความในหน้าฉลากไม่อวดอ้างเกินจริง ประกาศข้อ 11 ห้ามข้อความบนฉลากหรือข้อความโฆษณาที่ทำให้เข้าใจว่าน้ำบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกันโรคได้ และห้ามข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดเรื่องความเป็นธรรมชาติ แหล่งกำเนิด องค์ประกอบ หรือคุณสมบัติของน้ำ

  7. ผู้ผลิตมีมาตรฐานการผลิตรองรับ ประกาศข้อ 8 กำหนดให้ผู้ผลิตน้ำดื่มปฏิบัติตามประกาศว่าด้วยวิธีการผลิต เครื่องมือ เครื่องใช้ในการผลิต และการเก็บรักษาอาหาร ขอดูใบรับรองมาตรฐานของโรงงานประกอบการพิจารณา

↑ สารบัญ

ตัวบทข้อ 10 ของประกาศฉบับที่ 462

ข้อความต่อไปนี้ถอดจากราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 386 ง หน้า 17 โดยเปลี่ยนเลขไทยเป็นเลขอารบิก

ข้อ 10 การแสดงฉลากของน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท ต้องแสดง ดังต่อไปนี้

(1) ให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ เว้นแต่การแสดงฉลากหรือสัญลักษณ์โดยไม่ใช้วัสดุฉลาก และไม่ใช้หมึกพิมพ์บนภาชนะบรรจุ ยกเว้นฝาของภาชนะบรรจุ ให้ไม่ต้องใช้สีตัดกัน และอย่างน้อยต้องแสดงข้อความดังต่อไปนี้ไว้บนภาชนะบรรจุ

(ก) ชื่ออาหาร หรือตรา เครื่องหมายการค้าหรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน

(ข) เลขสารบบอาหาร

(ค) ปริมาตรสุทธิ

(ง) วันเดือนและปี หรือเดือนและปีที่ผลิตโดยมีข้อความว่า “MFD” หรือ “MFG” กำกับ หรือวันเดือนและปี หรือเดือนและปีที่ควรบริโภคก่อน โดยมีข้อความว่า “BB” “BF” หรือ “BBE” กำกับ หรือวันเดือนและปี หรือเดือนและปีที่หมดอายุ โดยมีข้อความว่า “EXP” หรือ “EXD” กำกับ

ความใน (ง) ให้ใช้บังคับกับการแสดงฉลากที่ใช้หมึกพิมพ์ หรือใช้วัสดุฉลากตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ

(2) การแสดงฉลากหรือสัญลักษณ์โดยไม่ใช้วัสดุฉลาก และไม่ใช้หมึกพิมพ์บนภาชนะบรรจุ ยกเว้นฝาของภาชนะบรรจุ ต้องแสดงข้อมูลตามที่กำหนดไว้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการแสดงฉลากอาหารในภาชนะบรรจุให้ครบถ้วน และข้อความตาม (4) และ (5) แล้วแต่กรณี ด้วยฉลากดิจิทัลที่ฝา ยกเว้นวันเดือนและปี หรือเดือนและปีที่ผลิต หรือวันเดือนและปี หรือเดือนและปีที่ควรบริโภคก่อน หรือวันเดือนและปี หรือเดือนและปีที่หมดอายุ

(3) การแสดงข้อมูลเกี่ยวกับอาหารด้วยฉลากดิจิทัลตาม (2) ต้องสามารถเข้าถึงได้ทุกเมื่อและมีการควบคุมระบบให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง

ย่อหน้าที่ขึ้นต้นว่า ความใน (ง) ให้ใช้บังคับกับการแสดงฉลากที่ใช้หมึกพิมพ์ หรือใช้วัสดุฉลาก เกี่ยวข้องกับวิธีแสดงวันที่ ผู้ผลิตควรตรวจการตีความย่อหน้านี้กับคำชี้แจงของ อย. ก่อนกำหนดวิธีแสดงวันผลิตหรือวันควรบริโภคก่อนบนขวดไร้ฉลาก

ข้อ 10 (4) และ (5) ที่อ้างถึงใน (2) คือข้อความที่ต้องแสดงหรืออาจแสดงตามประเภทของน้ำ เช่น ลักษณะของแหล่งน้ำ ข้อความ “เติมคาร์บอเนต” หรือข้อความ “ไม่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” บทความนี้สรุปจากตัวบทเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย ก่อนตัดสินใจเรื่องฉลากของสินค้าแต่ละรายการ ควรตรวจกับตัวบทฉบับเต็มและคำชี้แจงของ อย.

↑ สารบัญ

องค์กรสั่งผลิตน้ำดื่มแบรนด์ของตนเองแบบไร้ฉลากได้อย่างไร

องค์กรสั่งผลิตได้กับโรงงานน้ำดื่มที่ทำได้ทั้งขวดปั๊มนูนตราสินค้าและงานพิมพ์บนฝาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 462) พี. เอ. เอส. อินเตอร์กรุ๊ป ผลิตน้ำดื่มแบรนด์องค์กรแบบไร้ฉลากในโรงงานของบริษัทที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตั้งแต่ออกแบบขวดที่ปั๊มนูนตราสินค้า ขึ้นรูปขวดจากพรีฟอร์ม ผลิตน้ำด้วยระบบรีเวิร์สออสโมซิส (R.O.) พิมพ์คิวอาร์โค้ดของฉลากดิจิทัลและปริมาตรสุทธิบนฝา ไปจนถึงจัดทำและดูแลหน้าฉลากดิจิทัลที่คิวอาร์โค้ดเปิดไป ภายใต้มาตรฐาน GHPs และ HACCP ที่ได้รับการรับรองจาก Bureau Veritas

นอกจากข้อมูลฉลากที่ประกาศกำหนด ลูกค้ายังใส่รูปภาพหรือไฟล์ PDF แนะนำอื่น ๆ ขององค์กรไว้ในหน้าฉลากดิจิทัลได้ เช่นเดียวกับหน้าฉลากดิจิทัลของน้ำดื่มเอพี ทั้งนี้ เนื้อหาที่เพิ่มบนหน้าฉลากควรอยู่ในกรอบของประกาศข้อ 11 คือไม่อวดอ้างว่าน้ำบำบัดหรือป้องกันโรคได้ และไม่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับแหล่งกำเนิด องค์ประกอบ หรือคุณสมบัติของน้ำ

โรงงานของบริษัทติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา กำลังผลิตติดตั้ง 370 กิโลวัตต์ และมีขวด rPET จากเม็ดพลาสติกของ ENVICCO เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการลดการใช้วัสดุใหม่ ความแตกต่างระหว่าง rPET กับ PET ใหม่ อ่านได้ในบทความ rPET คืออะไร และต่างจาก PET ใหม่อย่างไร

ภาพมุมสูงของโรงงาน หลังคาคลุมด้วยแผงโซลาร์เซลล์เรียงเป็นแถว ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวและบ่อน้ำ
แผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาโรงงานของ พี. เอ. เอส. อินเตอร์กรุ๊ป กำลังผลิตติดตั้ง 370 กิโลวัตต์

องค์กรที่ต้องการเปลี่ยนน้ำดื่มแบรนด์ของตนเองมาใช้ขวดไร้ฉลาก ติดต่อ พี. เอ. เอส. อินเตอร์กรุ๊ป เพื่อขอคำปรึกษาและขวดตัวอย่าง

เอกสารอ้างอิง

ติดต่อเรา

ร่วมสร้างน้ำดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์คุณ

ฝ่ายขายของเรายินดีให้คำแนะนำเรื่องน้ำดื่มติดแบรนด์สำหรับองค์กรของคุณ ตั้งแต่รูปทรงขวด การออกแบบฉลาก จนถึงการผลิตและจัดส่ง

โทรศัพท์
034-102-295
อีเมล
sales@pas-intergroup.org
LINE Official Account
@pas-intergroup
ติดต่อสอบถาม